หัวใจแม่แตกสลายวันแม่! “น้องจีจี้” วัย 27 สั่งเสียครั้งสุดท้าย ขอแม่อย่าร้องไห้ จัดงานศพเรียบง่าย
สุรินทร์ – บรรยากาศวันแม่แห่งชาติปีนี้เต็มไปด้วยความเศร้า ที่ป่าช้าบ้านตาแตรว ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อครอบครัวและญาติพี่น้องร่วมกันประกอบพิธีฌาปนกิจ น.ส.เมธาวดี หรือ “น้องจีจี้” อายุ 27 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด หลังมีอาการไอเรื้อรังและเข้ารับการตรวจรักษา ก่อนอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ซึ่งตรงกับวันแม่แห่งชาติ โดยน้องจีจี้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การจากไปของลูกสาวในวัยเพียง 27 ปี เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้เป็นแม่ควรได้อยู่พร้อมหน้ากับลูก กลับต้องมาส่งลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนหน้านี้ น้องจีจี้มีอาการไอเรื้อรัง จึงเข้ารับการตรวจรักษาและพบว่าป่วยเป็น มะเร็งปอด จากนั้นเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 วัน อาการกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 สร้างความสูญเสียและความเศร้าโศกให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก
ก่อนจากไป น้องจีจี้ได้พูดคุยและสั่งเสียกับครอบครัวเกี่ยวกับงานศพของตัวเองเอาไว้อย่างชัดเจน โดยต้องการให้ทุกอย่าง เรียบง่ายและไม่อยากให้คนที่รักต้องจมอยู่กับความเศร้า น้องจีจี้ขอให้ญาติพี่น้องไม่ต้องแต่งชุดดำ และขอให้ผู้มาร่วมงานสวมเสื้อผ้า โทนสีชมพู ซึ่งเป็นสีที่เธอชื่นชอบ
นอกจากนี้ ยังขอว่า ไม่ต้องเปิดเพลง “ธรณีกรรแสง” ซึ่งเป็นเพลงที่มักถูกใช้ในงานศพ เพราะไม่ต้องการให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า สิ่งที่ทำให้หัวใจของผู้เป็นแม่สะเทือนใจที่สุด คือคำขอที่น้องจีจี้ฝากไว้ว่า ขอให้แม่เข้มแข็งและอย่าร้องไห้ นางศุภวรรณ อายุ 48 ปี แม่ของน้องจีจี้ จึงพยายามข่มน้ำตาและทำใจให้เข้มแข็งตลอดพิธี เพื่อทำตามคำขอสุดท้ายของลูกสาว แม้ภายในหัวใจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาวเพียงวัย 27 ปี

ตลอดช่วงการจัดงานศพ 2 วัน 2 คืน ครอบครัวพยายามทำทุกอย่างตามความต้องการของน้องจีจี้ ไม่มีการเปิดเพลง “ธรณีกรรแสง” และเลือกใช้เพลงทั่วไปตามยุคสมัย เพื่อให้บรรยากาศไม่เศร้าจนเกินไป แต่แม้ทุกคนจะพยายามเข้มแข็ง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็ยากจะกลั้นความรู้สึกเอาไว้ได้ ญาติ แฟนหนุ่ม และคนร่วมงาน กลั้นน้ำตาไม่อยู่
ระหว่างพิธีฌาปนกิจ น้าสาว น้องชาย 2 คน แฟนหนุ่ม รวมถึงญาติและเพื่อนที่มาร่วมส่งน้องจีจี้เป็นครั้งสุดท้าย ต่างพยายามทำตามความตั้งใจของผู้เสียชีวิต แต่เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของการส่งร่างน้องจีจี้เป็นครั้งสุดท้าย หลายคนไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ความเศร้าและความอาลัยปรากฏออกมาอย่างชัดเจน แม้จะไม่มีเสียงเพลงเศร้า ไม่มีการกล่าวประวัติผู้เสียชีวิตอย่างยืดยาว และทุกอย่างถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความสะเทือนใจ
พิธีฌาปนกิจดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที และไม่มีการอ่านประวัติของผู้เสียชีวิตเหมือนพิธีศพทั่วไป ทุกอย่างดำเนินไปตามความประสงค์ที่น้องจีจี้ได้ฝากไว้กับครอบครัวก่อนเสียชีวิต ผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าโทนสีชมพู เพื่อเป็นการเคารพความต้องการและความชื่นชอบของน้องจีจี้ ภาพของกรอบรูปน้องจีจี้ที่ประดับด้วยดอกไม้และริบบิ้นสีชมพู ท่ามกลางครอบครัวและคนที่รัก กลายเป็นภาพแห่งความอาลัยที่สะท้อนถึงตัวตนของหญิงสาววัย 27 ปี ที่แม้จะจากไปแล้ว แต่ยังทิ้งความห่วงใยและคำสั่งเสียสุดท้ายเอาไว้ให้คนที่รัก
การจากไปของน้องจีจี้ในช่วงใกล้วันแม่ ทำให้วันที่ควรเป็นวันที่แม่และลูกได้ใช้เวลาร่วมกัน กลับกลายเป็นวันที่แม่ต้องทำใจส่งลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย นางศุภวรรณเลือกที่จะ ไม่ร้องไห้ต่อหน้าลูกตามคำขอสุดท้าย แม้จะเป็นเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับคนเป็นแม่ แต่เธอพยายามเข้มแข็งเพื่อทำตามสิ่งที่ลูกสาวต้องการให้ดีที่สุด
เรื่องราวของน้องจีจี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสูญเสียของหญิงสาววัย 27 ปีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง ความรักของแม่ที่ยอมกลั้นน้ำตา เพื่อทำตามคำขอสุดท้ายของลูก ในวันที่คนจำนวนมากกำลังบอกรักแม่ นางศุภวรรณกลับต้องบอกลาลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย และเลือกเก็บความเจ็บปวดไว้ในใจ เพื่อให้ลูกจากไปอย่างสงบตามความปรารถนาที่ได้ฝากเอาไว้.
ภาพ-ข่าว นพรัตน์ กิ่งแก้ว จังหวัดสุรินทร์
