ข่าวทั่วไป

ทีมข่าวพิสูจน์ “อนุสาวรีย์ประปาร้าง” 2.6 ล้าน สร้างเสร็จใช้แค่เดือนเดียว ก่อนปล่อยทิ้งเกือบ 9 ปี

สุรินทร์ – ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีโครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านบาดาลขนาดใหญ่ บ้านลูกควาย หมู่ที่ 9 ตำบลศรีสุข อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ หลังสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนเกี่ยวกับระบบประปาที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง จนชาวบ้านเรียกว่า “อนุสาวรีย์แทงก์น้ำร้าง”

วันที่ 26 กันยายน 2569 มีรายงานถึงสถานการณ์ จากการลงพื้นที่ พบว่า ระบบประปาขนาดใหญ่ดังกล่าวอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยวัชพืชและสิ่งปลูกสร้างที่ขาดการดูแล ศาลาและอาคารประกอบมีสภาพผุพัง หลังคาบางส่วนหลุดเสียหาย ขณะที่โครงสร้างเหล็กและอุปกรณ์สูบน้ำหลายจุดมีสนิมเกาะอย่างหนัก นอกจากนี้ยังพบร่องรอยปลวกกัดกินโครงสร้างบางส่วน สะท้อนให้เห็นว่าระบบไม่ได้รับการใช้งานและบำรุงรักษามาเป็นเวลานาน

สำหรับโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณก่อสร้าง 2,648,000 บาท ดำเนินการโดย หจก. พี.เอ็ม.สรรพกิจ และมีการส่งมอบงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 ก่อนโอนให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล

อย่างไรก็ตาม หลังจากส่งมอบโครงการ ระบบประปากลับถูกใช้งานจริงเพียงประมาณ 1 เดือน ก่อนหยุดใช้งาน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่มีแหล่งน้ำบาดาลของตนเองอยู่แล้ว ทำให้ไม่เกิดการใช้น้ำประปาอย่างต่อเนื่อง และคณะกรรมการประปาหมู่บ้านไม่สามารถจัดเก็บรายได้เพื่อนำมาใช้ในการดูแลและบำรุงรักษาระบบได้

เมื่อไม่มีการใช้งานและขาดงบประมาณสำหรับบำรุงรักษา อุปกรณ์ต่าง ๆ จึงทยอยชำรุดเสียหาย ก่อนถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลานานเกือบ 9 ปี

ด้าน นายสุ ผลเจริญ อายุ 71 ปี ชาวบ้านบ้านลูกควาย เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตั้งแต่มีการก่อสร้างระบบประปาแห่งนี้ ชาวบ้านแทบไม่ได้ใช้งาน และไม่ทราบสาเหตุว่าเหตุใดระบบจึงไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ทำให้ชาวบ้านต้องพึ่งพาตนเอง โดยหลายครัวเรือนตัดสินใจเจาะบ่อบาดาลไว้ใช้ภายในบ้าน

ขณะที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้วิเคราะห์ปัญหาว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนข้อจำกัดของการดำเนินโครงการในลักษณะ “Top-Down” หรือการดำเนินการจากหน่วยงานภาครัฐโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และอาจไม่ได้สำรวจความต้องการ รวมถึงบริบทด้านแหล่งน้ำของชุมชนอย่างรอบด้านก่อนเสนอของบประมาณ

ส่งผลให้โครงการซึ่งใช้งบประมาณกว่า 2.6 ล้านบาท ไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และท้ายที่สุดกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้าง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีรายงานว่าความต้องการใช้น้ำประปาของประชาชนในพื้นที่เริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้นำชุมชนเตรียมจัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก เทศบาลตำบลศรีสุข เพื่อซ่อมแซมและนำระบบกลับมาใช้งานอีกครั้ง

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้กำชับว่า หากมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูโครงการ จะต้องไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม โดยเทศบาลและผู้นำชุมชนควรดำเนินการจัดทำประชาคมอย่างโปร่งใส เพื่อยืนยันความต้องการใช้น้ำของประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังต้องมีการประเมินความคุ้มค่าทางวิศวกรรมว่า ระบบที่ถูกปล่อยทิ้งมานาน มีทั้งปัญหาสนิมและความเสียหายจากปลวก จะสามารถซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ รวมถึงต้องมีระบบบริหารจัดการหลังการซ่อมแซมที่ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการประปาและกำหนดหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าบริการอย่างเหมาะสม

เพื่อให้ระบบสามารถดูแลตัวเองได้ในระยะยาว และป้องกันไม่ให้เงินงบประมาณของรัฐต้องสูญเปล่าอีกครั้งกับสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

จาก “ประปาหมู่บ้าน” ที่ใช้งบประมาณกว่า 2.6 ล้านบาท จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญว่า ก่อนเดินหน้าโครงการสาธารณูปโภค การสำรวจความต้องการของประชาชนและบริบทของพื้นที่อาจสำคัญไม่แพ้ตัวโครงการเอง เพราะสร้างเสร็จแล้วไม่มีคนใช้ ก็เหลือเพียงแทงก์น้ำให้สนิมกิน ซึ่งเป็นวิธีบริหารงบประมาณที่มนุษย์เราช่างคิดค้นได้อย่างน่าอัศจรรย์.

ภาพ-ข่าว ธนากร มณีศรี ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์