ข่าวทั่วไป

ปริศนากลางทุ่ง! ชาวบ้านเสตงกว่า 10 คน ผวาเห็น “ลูกไฟ” ลอยขึ้น-ลง 3 ครั้ง ก่อนหายวับกลางความมืด

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ชวนสงสัยในพื้นที่บ้านเสตง หมู่ที่ 5 ตำบลแสลงพัน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ หลังชาวบ้านหลายรายพบเห็นแสงไฟปริศนาปรากฏขึ้นกลางทุ่งนา ในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกพรำ ๆ โดยผู้พบเห็นระบุว่า แสงดังกล่าวมีลักษณะคล้าย “ลูกไฟ” ขนาดใหญ่ ลอยขึ้นและลงผิดปกติประมาณ 3 ครั้ง ก่อนจะหายไปในความมืด

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสนใจและความหวาดหวั่นให้กับชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เนื่องจากมีผู้พบเห็นเหตุการณ์มากกว่า 10 คน และต่างยืนยันว่ามองเห็นแสงดังกล่าวด้วยตนเอง ขณะที่ชาวบ้านบางรายตั้งข้อสันนิษฐานตามความเชื่อท้องถิ่นว่า อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องลี้ลับ เช่น “ผีปอบ” หรือ “กระสือ” โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตก ซึ่งตามความเชื่อของคนในพื้นที่มักมีการพบเห็นแสงประหลาดในลักษณะดังกล่าว

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบและพูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยผู้พบเห็นส่วนใหญ่ยืนยันว่า แสงที่ปรากฏมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และไม่น่าจะเป็นโดรน เนื่องจากสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไกล โดยประเมินว่ามีขนาดใกล้เคียงกับลูกฟุตบอล

จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าจุดที่ชาวบ้านอ้างว่าพบเห็นแสงปริศนาอยู่ห่างจากจุดที่ผู้เห็นเหตุการณ์ยืนอยู่ประมาณ 400 เมตร ลักษณะพื้นที่เป็นทุ่งนากว้างติดกับถนน และบริเวณดังกล่าวมีสระน้ำขนาดประมาณ 8 x 8 เมตร

ท่ามกลางความมืดของท้องทุ่งและสายฝนที่ตกลงมาเบา ๆ แสงประหลาดที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย จึงกลายเป็นประเด็นที่ชาวบ้านนำมาพูดถึงและตั้งคำถามว่า แสงที่พบเห็นนั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่

นางสุพรรณ เหมือนมี อายุ 58 ชาวบ้านเสตง(สะเตง) หมู่ที่ 5 ต.แสลงพัน อ.เมือง จ.สุรินทร์ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตนเองนั่งเล่นกับหลานอยู่บริเวณหน้าบ้าน ตนเหลือบไปเห็นดวงไฟสีเขียวลอยขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วก็ดิ่งลงพื้น และอีกสักพักก็เห็นขึ้นมาอีก 2 ดวง เป็นสีเขียวกับสีแดง แล้วดวงไฟทั่ง 2 ดวงก็บินเข้าหากัน ชนกันแล้วก็หายไปเลย ตนเองก็มองว่า น่าจะเป็น ผี กระสือ หรือปอป นั่นแหล่ะ

น.ส.ฤทัย พุทธคี อายุ 27 ปี ชาวบ้านเสตง (คนที่ถ่ายคลิป) เล่าว่า ตนมองว่า ถ้าเป็นโดรนมันไม่น่าจะเป็นดวงใหญ่แล้วก็เล็ก สลับกันไปมา ซึ่งตนมองจากไกลๆ มันมีลักษณะคล้ายโคมไฟ พอเวลาแสงหรี่ เป็นลักษณะเหมือนดวงไฟกำลังจะดับ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ ตนพบเจอมาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นเพียงคำบอกเล่าจากผู้พบเห็น และยังไม่มีหลักฐานหรือการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้ว่าแสงดังกล่าวเกิดจากสิ่งลี้ลับ หรือมีสาเหตุมาจากอะไร จึงยังคงเป็น “ปริศนาแสงไฟกลางทุ่งนา” ที่รอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป.

ภาพ-ข่าว ธนากร มณีศรี ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์