ข่าวภูมิภาค

นครพนม เปิดเส้นทางเที่ยว 2 แผ่นดิน พา 300 คนสัมผัส “ขุนกองแลง” กุ้ยหลินแห่งลาวกลาง

นครพนม – จังหวัดนครพนมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองฝั่งแม่น้ำโขง พาคณะนักท่องเที่ยวกว่า 300 คน เปิดประสบการณ์เดินทางข้ามแดนผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) สัมผัสความงดงามของ “ขุนกองแลง” แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติท่ามกลางภูเขาหินปูนที่ได้รับการขนานนามว่า “กุ้ยหลินแห่งลาวกลาง” พร้อมไหว้พระธาตุสีโคตะบอง และปิดท้ายด้วยการสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าท่าแขก ชิมกาแฟลาวและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของชุมชนทั้งสองฝั่งโขง

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า ที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสาวนงนุช สีดาน้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม นำคณะนักท่องเที่ยวในพื้นที่ประมาณ 300 คน เดินทางด้วยรถบัส 5 คัน สำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดนครพนม ประเทศไทย กับแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ

คณะเดินทางผ่าน สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรก คือ “ขุนกองแลง” แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของแขวงคำม่วน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านนาคือ เมืองหินบูน ท่ามกลางภูเขาหินปูนที่โอบล้อมด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์

จุดเด่นของขุนกองแลงคือแหล่งน้ำธรรมชาติสีฟ้าครามอมเขียว ซึ่งเกิดจากสายน้ำใต้ดินไหลออกมาจากภูเขาหินปูน มีความใสจนสามารถมองเห็นพื้นด้านล่าง ตัดกับแนวภูเขาหินปูนและผืนป่าโดยรอบอย่างงดงาม จนได้รับการกล่าวขานในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็น “กุ้ยหลินแห่งลาวกลาง” และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

นอกจากความงดงามทางธรรมชาติแล้ว ขุนกองแลงยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย เช่น ซิปไลน์ ปีนหน้าผา และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นจุดหมายด้าน Eco-Tourism และเชื่อมโยงตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยผ่านจังหวัดนครพนมได้อีกด้วย

สถานที่แห่งนี้ยังมีเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาในท้องถิ่นว่า ในอดีตชาวบ้านมักได้ยินเสียงคล้ายเสียง “กอง” ดังมาจากใต้ผืนน้ำหรือภายในถ้ำ โดยเฉพาะในช่วงเย็น วันพระ และวันสำคัญทางศาสนา จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “ขุนกองแลง” เพิ่มเสน่ห์และความน่าสนใจให้กับแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้

จากนั้นคณะเดินทางต่อไปยัง วัดพระธาตุสีโคตะบอง หรือพระธาตุศรีโคตรบูรณ์ เพื่อร่วมถวายผ้าป่าสามัคคี ท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะ แต่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศแห่งศรัทธาลดน้อยลง หลังเสร็จสิ้นพิธี ยังมีนางรำจากทั้งฝั่งไทยและลาวร่วมกันรำถวายองค์พระธาตุ สะท้อนสายสัมพันธ์ทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงที่มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน

พระธาตุสีโคตะบอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองท่าแขกประมาณ 6 กิโลเมตร ถือเป็นพระธาตุสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของแขวงคำม่วน และมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ รวมถึงวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง โดยองค์พระธาตุได้รับการบูรณะในหลายยุคสมัย ก่อนพัฒนารูปแบบสถาปัตยกรรมให้มีเอกลักษณ์ศิลปะลาวล้านช้างที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

พระธาตุสีโคตะบองยังมีความสัมพันธ์ทางความเชื่อและวัฒนธรรมกับ พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม จึงนับเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมของสองประเทศเข้าด้วยกัน

สำหรับอาหารกลางวัน คณะได้ร่วมรับประทานเมนูเรียบง่ายตามวิถีชีวิตสองฝั่งโขง ทั้ง หมูทอด ข้าวเหนียว ไข่ต้ม และแจ่ว ก่อนเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองท่าแขก

ช่วงท้ายของการเดินทาง คณะได้สัมผัสบรรยากาศ ย่านเมืองเก่าท่าแขก ริมแม่น้ำโขง ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์ของอาคารเก่าและวิถีชีวิตชุมชน เหมาะสำหรับการเดินชมเมือง ถ่ายภาพ และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น นักท่องเที่ยวได้ชิมกาแฟลาวรสดั้งเดิม เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง และลิ้มลองอาหารหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งอาหารจีน ลาว เวียดนาม และไทย สะท้อนอัตลักษณ์ของท่าแขกในฐานะเมืองสำคัญริมแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. คณะจึงเดินทางกลับประเทศไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 โดยตลอดการเดินทางในฝั่ง สปป.ลาว ได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบของ สปป.ลาว ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การสำรวจเส้นทางครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดัน “นครพนม–คำม่วน” ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว 2 แผ่นดิน โดยนำจุดเด่นของทั้งสองพื้นที่ ทั้งธรรมชาติ ศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง มาร้อยเรียงเป็นประสบการณ์การเดินทางเดียวกัน

โดยเฉพาะความได้เปรียบของ สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางข้ามแดน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากนครพนมสู่เมืองท่าแขกและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของแขวงคำม่วนได้ภายในวันเดียว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนของทั้งสองประเทศ

เส้นทาง “เช้านครพนม–เที่ยวธรรมชาติลาวกลาง–ไหว้พระธาตุ–ชิมกาแฟเมืองเก่า ก่อนกลับนครพนมในวันเดียว” จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวข้ามโขงที่มีศักยภาพ และสามารถต่อยอดสู่การเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครพนมและแขวงคำม่วนในอนาคต.

ภาพ-ข่าว ​ประทีป​ วชิระ​ธ​ั​ญญา​กุล ​ผู้​สื่อข่าวจังหวัด​นครพนม