มารศาสนาย่องงัดที่พักสงฆ์โคกประ! ฉวยมือถือ-เงิน ขณะพระออกบิณฑบาต คาดคนร้ายอาศัยจังหวะวัดร้าง
สุรินทร์ – มารศาสนาอาละวาด ย่องลักทรัพย์ภายในที่พักสงฆ์โคกประ อำเภอพนมดงรัก ฉวยโทรศัพท์มือถือมูลค่ากว่าหมื่นบาทพร้อมเงินสด ขณะพระสงฆ์ทุกรูปออกบิณฑบาตช่วงเช้า เบื้องต้นพบมีการรื้อค้นข้าวของภายในกุฏิ คาดคนร้ายอาศัยช่วงเวลาวัดไร้คนก่อเหตุ ขณะที่ประธานที่พักสงฆ์ตั้งข้อสังเกต อาจเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่เคยเข้ามาลักลอบตัดไม้ยูคาลิปตัสบริเวณหลังวัดก่อนหน้านี้ แต่ย้ำเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 06.00-07.00 น. เกิดเหตุลักทรัพย์ภายในที่พักสงฆ์โคกประ หมู่ 7 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบพระชอบ สุจิตโต ประธานที่พักสงฆ์โคกประ เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. พระสงฆ์ภายในวัดทุกรูปได้ออกบิณฑบาตตามกิจของสงฆ์ตามปกติ ก่อนเดินทางกลับมายังที่พักสงฆ์ในเวลาประมาณ 07.00 น.
เมื่อกลับมาถึงบริเวณศาลาพัก พระชอบสังเกตเห็นว่าประตูด้านหลังของศาลาซึ่งปกติปิดไว้ มีลักษณะเปิดแง้มอยู่ แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้เอะใจ กระทั่งเดินไปยังบริเวณกุฏิและเปิดประตูเข้าไป พบความผิดปกติอย่างชัดเจน
โดยพบว่าย่ามที่เคยวางอยู่บนชั้น ถูกนำมาวางไว้บนเตียง และมีการรื้อค้นสิ่งของภายในย่ามจนกระจัดกระจายเต็มเตียง จึงเชื่อว่ามีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาภายในบริเวณดังกล่าว
จากนั้น พระชอบจึงย้อนกลับไปตรวจสอบภายในศาลาพัก พบว่าโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง มูลค่ากว่าหมื่นบาท รวมถึงเงินสดที่วางอยู่ภายในตะกร้าบริเวณใกล้กัน ได้สูญหายไป โดยสิ่งที่สร้างความกังวลเป็นอย่างมากคือข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ภายในโทรศัพท์ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการใช้งาน
หลังเกิดเหตุ ได้มีการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทั้งหมด เบื้องต้นไม่พบทรัพย์สินอื่นสูญหายเพิ่มเติม ก่อนแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้รับทราบเหตุการณ์

พระชอบ เปิดเผยด้วยว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่จำพรรษาและดูแลที่พักสงฆ์แห่งนี้ ไม่เคยเกิดเหตุลักทรัพย์ในลักษณะดังกล่าวมาก่อน อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านว่า เมื่อประมาณ 3 วันก่อนหน้านี้ เคยมีกลุ่มบุคคลเข้ามาลักลอบตัดต้นยูคาลิปตัสบริเวณด้านหลังวัด
ขณะนั้นชาวบ้านพบเห็นและได้เข้าไปห้ามปราม พร้อมตักเตือนให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่ จึงทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า กลุ่มคนดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม พระชอบย้ำว่าเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น และยังไม่มีหลักฐานยืนยันความเชื่อมโยง
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทางที่พักสงฆ์ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่วัดตั้งอยู่ห่างจากชุมชนประมาณ 1 กิโลเมตร และบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ป่าค่อนข้างทึบ ซึ่งอาจทำให้บุคคลภายนอกสามารถลักลอบเข้ามาในช่วงที่พระสงฆ์ออกปฏิบัติศาสนกิจได้โดยง่าย
ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและติดตามหาผู้ก่อเหตุ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ภาพ-ข่าว ชัยยา พาละพล ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์
