ข่าวทั่วไป

วอนช่วยอดีตเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ป่วยเส้นเลือดสมองแตก นอนติดเตียง 8 เดือน น้องสาวลาออกจากงานกลับมาดูแล

สุรินทร์ – ชีวิตพลิกผันในชั่วข้ามคืนของอดีตบุคลากรสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ หลังป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 8 เดือน ขณะที่น้องสาวตัดสินใจลาออกจากงานในกรุงเทพฯ กลับบ้านมาดูแลพี่ชายตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางภาระหนี้สินกว่าหนึ่งแสนบาท และรายได้จากสวัสดิการเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก ว่าที่ร้อยตรี คณิศร ศรีสุข อายุ 55 ปี ชาวบ้านตาเตาะ หมู่ 11 ตำบลตระแสง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งปัจจุบันป่วยติดเตียงจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก หลังเข้ารับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ ส่งผลให้แขนและขาซีกซ้ายอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านมานานกว่า 8 เดือน

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึง พบสภาพบ้านที่เก่าทรุดโทรม ภายในเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ขณะ นางศิริวรรณ สารมะโน อายุ 54 ปี น้องสาวของผู้ป่วย กำลังเตรียมอาหารให้พี่ชาย โดยในแต่ละมื้อจะเน้นอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก อกไก่ ปลา และถั่วแดง เพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่ ว่าที่ร้อยตรีคณิศร ยังสามารถใช้แขนข้างขวาที่พอมีแรง ช่วยตักอาหารรับประทานได้ด้วยตัวเอง หลังรับประทานอาหารเสร็จ น้องสาวจะทำกายภาพบำบัดให้ทุกวันตามคำแนะนำของแพทย์ แม้ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง แต่ก็ต้องค่อย ๆ ฝึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังให้ร่างกายกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

ปัจจุบัน ผู้ป่วยมีรายได้เพียงเบี้ยผู้พิการเดือนละ 800 บาท ขณะที่ยังมีภาระหนี้นอกระบบกว่า 100,000 บาท ต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละประมาณ 5,000 บาท ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่กับน้องสาว ซึ่งมีรายได้จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียง 300 บาทต่อเดือน ส่วนสามีที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ จะส่งเงินมาช่วยเหลือเป็นครั้งคราว และพี่น้องอีก 3 คนก็ช่วยกันตามกำลัง แม้ทุกคนต่างมีภาระของตัวเอง

นางศิริวรรณ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังทราบข่าวว่าพี่ชายป่วยหนัก ตนตัดสินใจลาออกจากงานและทิ้งครอบครัวที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับมาดูแลทั้งแม่วัย 85 ปี และพี่ชายที่ป่วยติดเตียง ตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลังจากดูแลแม่ได้เพียง 6 เดือน แม่ก็เสียชีวิต เหลือเพียงพี่ชายที่ต้องดูแลเพียงลำพัง

เธอยังเล่าว่า การทำกายภาพบำบัดให้พี่ชายในแต่ละวันเป็นเรื่องยาก เพราะตนเองก็มีอาการบาดเจ็บที่แขน จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ระหว่างเดินทางไปหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารให้พี่ชาย ทำให้ไม่สามารถทำกายภาพได้ครบทุกขั้นตอนตามหลักการรักษา

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี คณิศร ศรีสุข เล่าว่า ก่อนป่วย เคยทำงานที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะออกมาทำงานเป็นช่างประกอบเครื่องล้างรถอัตโนมัติในบริษัทแห่งหนึ่ง และเป็นเสาหลักดูแลแม่ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน

ก่อนเกิดเหตุ แพทย์ตรวจพบว่าตนมีภาวะความดันโลหิตสูง และแนะนำให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่ด้วยภาระหน้าที่ ทั้งการดูแลแม่และปัญหาหนี้สิน ทำให้ต้องทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และละเลยเรื่องอาหาร

กระทั่งเช้าวันหนึ่ง ขณะกำลังจะไปทำงาน ตื่นขึ้นมาพบว่าร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง จึงร้องเรียกให้คนช่วย แม่ที่นอนอยู่ข้างกันรีบไปตามญาติ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ และถูกส่งต่อไปรับการผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลขอนแก่น ใช้เวลารักษาตัวนานกว่า 1 เดือน จึงได้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน

หลังทราบข่าวการเจ็บป่วย เพื่อนร่วมงานและผู้ใหญ่หลายหน่วยงานได้ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือ อาทิ ว่าที่ร้อยตรีกิติวรรณ มณีล้ำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ นายธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว จากสุรินทร์นิวส์และสมาคมสุรินทร์นิวส์ พร้อมทั้งสนับสนุนรถพยาบาลสำหรับเดินทางไปพบแพทย์ตามนัด รวมถึงหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ให้การช่วยเหลือเป็นเงิน 3,000 บาท

ว่าที่ร้อยตรีคณิศร ยอมรับว่า บางครั้งก็รู้สึกน้อยใจตัวเอง ที่ไม่ดูแลสุขภาพให้ดีกว่านี้ แต่ยังคงให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ ด้วยคำว่า “มันต้องหายสิ” พร้อมฝากเตือนทุกคนให้หมั่นตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง อย่าละเลยการรับประทานอาหารและการพักผ่อน เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง และอาจเปลี่ยนชีวิตได้ในพริบตา

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือ ว่าที่ร้อยตรี คณิศร ศรีสุข สามารถร่วมบริจาคเป็นเงิน หรือสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เช่น แพมเพิส ทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้ง และอาหาร ได้ที่ นางศิริวรรณ สารมะโน (น้องสาวผู้ป่วย) โทรศัพท์ 088-630-1037 ธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 013-355-2669 ชื่อบัญชี นางศิริวรรณ สารมะโน

เพราะบางครั้ง…กำลังใจและความช่วยเหลือเล็ก ๆ จากสังคม อาจเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากได้.

ภาพ-ข่าว กฤษดากร กีรติธำรงค์เจริญ