ข่าวประชาสัมพันธ์

รพ.กาบเชิง เปิดศูนย์ฟอกไตเทียม ลดภาระผู้ป่วยชายแดน เตรียมขยายบริการเป็น 8 เตียง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ หรือ “ซ้อกุล คนชายแดน” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์ฟอกไตเทียม โรงพยาบาลกาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามการให้บริการและรับทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ก่อนรวบรวมข้อมูลนำเสนอต่อรัฐบาลและผลักดันงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชายแดน รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น

โดยมี นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ นพ.วุฒิชัย แป้นทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาบเชิง และ นพ.กฤษฐ์ วีรชินโชติ อายุรแพทย์จากโรงพยาบาลปราสาท พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ร่วมให้การต้อนรับ

ศูนย์ฟอกไตเทียมโรงพยาบาลกาบเชิงเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นมีเตียงฟอกไตจำนวน 4 เตียง สามารถให้บริการได้สูงสุดวันละ 8 รอบ และประมาณ 196 รอบต่อเดือน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรงในพื้นที่อำเภอกาบเชิงและอำเภอใกล้เคียงเข้าถึงการรักษาได้สะดวกยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งต้องเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลปราสาท ซึ่งมีระยะทางไกลสำหรับประชาชนบางพื้นที่ อีกทั้งผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการฟอกไตอย่างต่อเนื่อง โดยบางรายต้องเข้ารับบริการสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ส่งผลให้มีภาระค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

การเปิดศูนย์ฟอกไตแห่งใหม่จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดอุปสรรคดังกล่าว โดยผู้ป่วยที่เข้ารับบริการต่างสะท้อนว่ามีความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเดินทางไกลเหมือนที่ผ่านมา และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้

นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์มีศูนย์ฟอกไตเทียมรวม 11 แห่ง โดยโรงพยาบาลกาบเชิงเป็นแห่งล่าสุด และมีแนวทางสนับสนุนโรงพยาบาลที่มีความพร้อมให้พัฒนาศักยภาพเพื่อขยายบริการไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาใกล้บ้านมากที่สุด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการบริการฟอกไตเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานของไต รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารเค็มและการใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริการให้รองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ พร้อมลดปัญหาการเดินทางและการรอคอย

ทั้งนี้ การเข้ารับบริการไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะผู้ป่วยในอำเภอที่โรงพยาบาลตั้งอยู่ หากโรงพยาบาลใกล้เคียงมีความพร้อมและเหมาะสมกับการเดินทาง ผู้ป่วยจากอำเภออื่น เช่น อำเภอปราสาทและอำเภอพนมดงรัก ก็สามารถพิจารณาเข้ารับบริการได้ตามระบบการรักษาและเงื่อนไขของแต่ละแห่ง

สำหรับโรงพยาบาลกาบเชิง ยังได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลปราสาทในด้านบุคลากรทางการแพทย์ โดยอายุรแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคไตเข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วย กำกับการรักษา และวางแผนการฟอกไตอย่างใกล้ชิด

นพ.วุฒิชัย แป้นทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาบเชิง กล่าวว่า ปัจจุบันอำเภอกาบเชิงมีผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 5 จำนวน 55 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วย 39 รายที่เดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลปราสาท โดยต้องเข้ารับบริการสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ทำให้เกิดภาระด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการจัดตั้งศูนย์ฟอกไตเทียม เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ป่วยในพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์โรงพยาบาลกาบเชิงและอายุรแพทย์จากโรงพยาบาลปราสาท

เบื้องต้นศูนย์ฯ มี 4 เตียง รองรับการฟอกไตได้สูงสุดวันละ 8 รอบ และประมาณ 196 รอบต่อเดือน พร้อมวางแผนขยายจำนวนเตียงเป็น 8 เตียงในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยอำเภอกาบเชิงและพื้นที่ใกล้เคียง

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาบเชิงกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้เตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปราสาทและโรงพยาบาลสังขะตามแผนที่ซักซ้อมไว้ หลังสถานการณ์คลี่คลาย โรงพยาบาลได้เดินหน้าฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

นพ.กฤษฐ์ วีรชินโชติ อายุรแพทย์โรงพยาบาลปราสาท กล่าวว่า จากข้อมูลผู้ป่วยในความรับผิดชอบ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง และอำเภอพนมดงรัก พบว่าในปี 2564 มีผู้ป่วยที่ต้องรับการฟอกไต 65 ราย ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 223 รายในปัจจุบัน ส่งผลให้ศูนย์บริการเดิมมีผู้ใช้บริการจำนวนมากและเกิดระยะเวลารอคอย

ผู้ป่วยบางรายต้องเดินทางเป็นระยะทาง 30–40 กิโลเมตรเพื่อเข้ารับการรักษา ทำให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้ป่วยและครอบครัว การสนับสนุนให้โรงพยาบาลเครือข่ายสามารถเปิดศูนย์ฟอกไตได้เอง จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยกระจายบริการและลดภาระประชาชน

ภายหลังเปิดศูนย์ฟอกไตโรงพยาบาลกาบเชิงประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการต่างสะท้อนถึงความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่แนวโน้มการรักษาโรคไตในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามากขึ้น ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขึ้นจากการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมทางเลือกการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไตสำหรับผู้ป่วยที่มีความเหมาะสม โดยโรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์มีศักยภาพในการดูแลและประสานส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่สามารถดำเนินการปลูกถ่ายไตได้

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเปิดศูนย์ฟอกไตเทียมของโรงพยาบาลกาบเชิงถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง

หลังจากรับทราบข้อมูลจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ผู้บริหารโรงพยาบาลกาบเชิง และทีมแพทย์แล้ว จะนำประเด็นปัญหาและความต้องการของโรงพยาบาลไปเสนอในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันการสนับสนุนงบประมาณและพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

เนื่องจากโรงพยาบาลกาบเชิงเป็นโรงพยาบาลชายแดนที่ต้องดูแลประชาชนในพื้นที่และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน การสนับสนุนทรัพยากร เครื่องมือแพทย์ และบริการสาธารณสุขที่จำเป็น จึงมีความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

การเปิดศูนย์ฟอกไตเทียมในครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยลดภาระการเดินทางของผู้ป่วยโรคไตเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ ให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพและเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น.

ภาพ-ข่าว ธนโชติ เจนจัด ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์