ฝนมาช้า-น้ำแล้ง กระทบธุรกิจพันธุ์ปลาสุรินทร์ ยอดขายหายกว่า 70% เกษตรกรซื้อน้อย ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว
สุรินทร์ ฝนมาช้ากระทบผู้ประกอบการเพาะพันธุ์ปลา คนหาซื้อพันธุ์ปลาไปเลี้ยงมีน้อยลง ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจทำเงินในกระเป๋าคนมีน้อย อีกทั้งจะหมดฤดูการณ์เลี้ยงในอีกแค่ 2 เดือนกว่า ทำรายได้หดลดลงกว่า 70% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
วันที่ 17 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านจ.สุรินทร์ประสบปัญหาฝนแล้งมานาน ถึงแม้ในช่วงนี้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นฝนในช่วงท้ายฤดูการณ์ สภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเพาะพันธุ์ปลาจำหน่าย บริเวณริมถนนสายเลี่ยงเมือง แยกหนองเต่า เทศบาลเมืองนอกมือง จ.สุรินทร์ อย่างหนัก ทั้งการผลิตและกำลังซื้อของเกษตรกรลดลง บางรายแทบไม่มีปลาออกจำหน่าย ขณะที่ลูกค้าจากเดิมสั่งซื้อครั้งละหลายพันถึงหลักหมื่นตัว ปัจจุบันเหลือเพียงหลักร้อยถึงหลักพันตัว ทำรายได้หดลดลงกว่า 70% ผู้เพาะพันธุ์ต้องปรับตัว นำปลาจากแหล่งอื่นมาจำหน่าย เพื่อให้มีสินค้าหลากหลายและประคองธุรกิจให้อยู่รอด
นายบรรยง จินดาศรี ผู้เพาะพันธุ์ปลาจำหน่ายริมทาง บอกว่า ตนขายพันธุ์ปลาหลากหลายชนิดมีปลาหมอ ดุก ทับทิม เป็นต้นขายถุงละ 50 บาทซื้อ 4 ถุงแถมให้ 1 ถุง แล้วแต่ซื้อมากซื้อน้อย ปีนี้น้ำแล้งฝนมาช้าขายปลายาก ตอนนี้ก็จะหมดฤดูเลี้ยงแล้วเหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือนกว่า ปกติชาวบ้านจะเริ่มเลี้ยงกันตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเป็นต้นมา ทุกวันขายแต่ให้พออยู่ได้ ไม่ว่าจะทำอะไรตอนนี้ลำบากทุกอย่าง
ด้านนางนันตยา เจิมทอง อายุ 37 ปี ผู้เพาะพันธุ์ปลาจำหน่ายริมทาง เจ้าของฟรามปลาตากลม เปิดเผยว่า นางสาว… แม่ค้าเพาะพันธุ์ปลา ฟาร์มปลาตากลม เปิดเผยว่า สภาพอากาศในปีนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดเพาะพันธุ์ปลาอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งและปริมาณน้ำที่มีน้อย ทำให้ผู้เลี้ยงปลาหลายรายไม่สามารถลงปลาได้ตามปกติ ส่งผลให้ความต้องการซื้อพันธุ์ปลาลดลงตามไปด้วย

ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะด้านการเพาะพันธุ์ แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงกำลังซื้อของลูกค้า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าน้อยลง จากเดิมลูกค้าบางรายเคยสั่งซื้อพันธุ์ปลาครั้งละหลักหมื่นตัว หรือประมาณ 5,000 ตัว ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงหลักร้อยถึงหลักพันตัวเท่านั้น
นางนันตยา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การค้าขายค่อนข้างคล่องตัว สามารถรับออร์เดอร์ผ่านช่องทางออนไลน์และจัดส่งให้ลูกค้าได้ทันที เพราะลูกค้ามีกำลังซื้อและมีน้ำเพียงพอสำหรับเลี้ยงปลา แต่ในปีนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมาก หลายพื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์มีน้ำน้อยและค่อนข้างแล้ง ทำให้เกษตรกรบางรายยังไม่สามารถเริ่มเลี้ยงปลาได้ ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อลดลงและการค้าขายทำได้ยากขึ้น และเพื่อรับมือกับสถานการณ์ ผู้เพาะพันธุ์ปลาจึงต้องปรับตัว โดยนำพันธุ์ปลาจากแหล่งอื่นเข้ามาจำหน่ายสลับหมุนเวียนกันไป เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกและสามารถเลือกซื้อปลาได้หลากหลายสายพันธุ์ แม้จะเป็นช่วงที่ตลาดค่อนข้างซบเซา
สำหรับพันธุ์ปลาที่เกษตรกรในพื้นที่นิยมซื้อไปเลี้ยง ยังคงเป็นพันธุ์ปลาพื้นบ้านที่เลี้ยงง่ายและเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ปลานิล ปลาหมอ ตะเพียน และปลาดุก แต่ปริมาณการซื้อในปีนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน ยังเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก่อนเข้าสู่ช่วงปลายฤดูเพาะเลี้ยง โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูเกี่ยวข้าว ทำให้คาดว่ากำลังซื้อพันธุ์ปลาอาจลดลงอีก และต้องรอดูหลังฤดูเก็บเกี่ยวว่าเกษตรกรจะมีน้ำเพียงพอสำหรับนำมาเลี้ยงปลาหรือไม่ ขณะที่บางรายอาจต้องใช้ระบบโซลาร์เซลล์เพื่อสูบน้ำขึ้นมาใช้ในการเกษตรและการเลี้ยงปลา
นางนันตยา ยอมรับว่า ปีนี้ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก ผู้เพาะพันธุ์ปลาบางรายแทบไม่สามารถเพาะพันธุ์ปลาออกมาจำหน่ายได้เลย เนื่องจากมีน้ำไม่เพียงพอ จากปกติที่ช่วงเวลานี้พันธุ์ปลาจากพื้นที่จะทยอยออกสู่ตลาด แต่ปีนี้หลายรายไม่มีผลผลิตและแทบไม่มีรายได้เข้ามา
เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา รายได้จากการจำหน่ายพันธุ์ปลาลดลงมากกว่าครึ่ง และหากประเมินจากยอดขายในช่วงปกติ ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้เพาะพันธุ์ยังพยายามปรับกลยุทธ์ทางการตลาด ด้วยการเน้นรักษาฐานลูกค้า แม้ลูกค้าแต่ละรายจะซื้อในปริมาณน้อยลง แต่พยายามเพิ่มจำนวนลูกค้าและสร้างการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อประคองธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางภาวะภัยแล้งและกำลังซื้อที่ชะลอตัว.
ภาพ-ข่าว ธนโชติ เจนจัด ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์
