สว.สุรินทร์ลุยติดตามถนนยุทธศาสตร์ช่องเสม็ด พบทหารกัมพูชาแอบถ่ายใกล้ 50 เมตร ทหารไทยคุมเข้มความปลอดภัย
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะผู้แทนของ พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าป่าเพื่อชาติ” ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงถนนยุทธศาสตร์บริเวณด่านชายแดนช่องเสม็ด อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 พร้อมด้วยทีมผู้ช่วยและที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน
การปรับปรุงถนนครั้งนี้เป็นการพัฒนาพื้นผิวถนนระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยใช้หินคลุกและแอสฟัลต์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการสัญจรในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันงานมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในอีกประมาณ 2 วัน หากเป็นไปตามแผนที่กำหนด
ถนนสายดังกล่าวถือเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญด้านความมั่นคง เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหาร ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นอกจากการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาแล้ว โครงการยังได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนและจิตอาสาจำนวนมาก ที่ร่วมกันนำเครื่องจักรและรถบรรทุกเข้ามาช่วยดำเนินการก่อสร้าง โดยเฉพาะรถบรรทุกพ่วงหลายคันจากกลุ่มจิตอาสา นำโดย บริษัท จิรายุทธ คอนสตรัคชั่น ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการขนส่งวัสดุก่อสร้าง เพื่อเร่งให้งานแล้วเสร็จตามเป้าหมาย
นายรุจิภาส กล่าวว่า ถนนสายนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือและพลังศรัทธาของสมาชิกวุฒิสภาทั่วประเทศที่ร่วมบริจาคเงินผ่านโครงการ “ผ้าป่าเพื่อชาติ” เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน พร้อมยืนยันว่าจะติดตามการใช้เงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมระบุว่า แม้ระยะทางเพียง 2.5 กิโลเมตรอาจดูไม่ยาวนัก แต่ทุกเมตรของถนนสายนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือและความเสียสละของผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันเปลี่ยน “พลังแห่งการให้” ให้กลายเป็น “เส้นทางแห่งความมั่นคง” เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลและสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามงาน ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสนใจ เมื่อแหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า พบทหารกัมพูชาเข้ามาแอบบันทึกภาพคณะทำงานและเครื่องจักรที่กำลังปฏิบัติงานในระยะประมาณ 50 เมตร เนื่องจากบางช่วงของแนวถนนอยู่ใกล้แนวลวดหนามกั้นเขตชายแดน ทำให้สามารถมองเห็นพื้นที่ก่อสร้างได้อย่างชัดเจน

จากสถานการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารไทยที่รับผิดชอบพื้นที่จึงได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ดูแลคณะของสมาชิกวุฒิสภาและทีมงานอย่างใกล้ชิดตลอดการปฏิบัติภารกิจ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการปรับปรุงถนนยุทธศาสตร์ช่องเสม็ด ยังคงเดินหน้าตามแผน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง การลำเลียงกำลังพลและเสบียง รวมถึงเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประโยชน์ของประเทศ.
ภาพ-ข่าว นพรัตน์ กิ่งแก้ว จังหวัดสุรินทร์
